
Insights from recent episode analysis
Audience Interest
Podcast Focus
Publishing Consistency
Platform Reach
Insights are generated by CastFox AI using publicly available data, episode content, and proprietary models.
Most discussed topics
Brands & references
No brand mentions extracted.
Total monthly reach
Estimated from 17 chart positions in 17 markets.
By chart position
- 🇩🇪DE · Buddhism#1015K to 30K
- 🇨🇦CA · Buddhism#1205K to 30K
- 🇬🇧GB · Buddhism#1425K to 30K
- 🇦🇺AU · Buddhism#1475K to 30K
- 🇫🇷FR · Buddhism#5810K to 30K
- Per-Episode Audience
Est. listeners per new episode within ~30 days
52K to 180K🎙 Daily cadence·100 episodes·Last published 2d ago - Monthly Reach
Unique listeners across all episodes (30 days)
173K to 599K🇹🇭50%🇩🇪5%🇨🇦5%+14 more - Active Followers
Loyal subscribers who consistently listen
69K to 240K
Market Insights
Platform Distribution
Reach across major podcast platforms, updated hourly
Total Followers
—
Total Plays
—
Total Reviews
—
* Data sourced directly from platform APIs and aggregated hourly across all major podcast directories.
On the show
From 31 epsHost
Recent guests
No guests detected in recent episodes.
Recent episodes
25690504pm--ขยันรู้และรู้ไม่เลือก
Jun 23, 2026
31m 41s
25690503pm--รู้ทันเหตุผลของกิเลส
Jun 22, 2026
28m 16s
25690501pm--เห็นทุกข์จึงพ้นทุกข์
Jun 21, 2026
31m 42s
25690430pm--เห็นทุกข์ ไม่เป็นทุกข์
Jun 9, 2026
30m 26s
25690429pm--นักฉวยโอกาสที่เราควรเป็น
Jun 8, 2026
31m 03s
Social Links & Contact
Official channels & resources
Official Website
Login
RSS Feed
Login
| Date | Episode | Topics | Guests | Brands | Places | Keywords | Sponsor | Length | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 6/23/26 | ![]() 25690504pm--ขยันรู้และรู้ไม่เลือก | 4 พ.ค. 69 - ขยันรู้และรู้ไม่เลือก : ถ้าเราฝึกสติ เราต้องรู้แบบไม่เลือกที่รักมักที่ชัง รู้ไปหมด หลวงพ่อคำเขียนท่านใช้คำว่ารู้แบบตะพึดตะพือเลย หงุดหงิดก็รู้ เสียใจก็รู้ ท้อแท้ก็รู้ ผิดหวังก็รู้ และมันก็จะกลายเป็นของดีไป เพราะต่อไปก็จะเห็นสัจธรรม หรือรู้ความจริงเกี่ยวกับอารมณ์เหล่านี้ ก็จะกลายเป็นวิปัสสนา ต่อไปก็จะรู้ถึงขั้นว่า มันไม่มีอะไรที่เป็นเราของเราเลย ทุกอย่างเป็นอนัตตาไปหมด รูปก็ไม่ใช่เรา จิตก็ไม่ใช่เรา อันนี้เพราะว่าเริ่มต้นจากการที่ใฝ่รู้ หรือว่ารู้แบบไม่เลือกที่รักมักที่ชัง รู้ซื่อ ๆ ให้เราปฏิบัติไปเรื่อย ๆ อย่าให้ความอยาก และความคาดหวังมาครอบงำใจของเรา แม้จะมี ก็ให้รู้ทัน | 31m 41s | ||||||
| 6/22/26 | ![]() 25690503pm--รู้ทันเหตุผลของกิเลส | 3 พ.ค. 69 - รู้ทันเหตุผลของกิเลส : การที่คนเราจะทำดี เสียสละเพื่อส่วนรวมหรือไม่ หรือว่าจะหาประโยชน์ส่วนตัว สิ่งสำคัญคือการที่เรารู้ทันเหตุผลข้ออ้างของกิเลสที่จะทำความดี ก็จะมีเหตุผลข้ออ้างของกิเลสให้งดทำ หรือให้ผลัดผ่อนไปก่อน เวลาจะทำชั่วก็จะมีเหตุผลข้ออ้างของกิเลสที่ส่งเสริมให้กระเหี้ยนกระหือรือหรือว่ากระตือรือร้นที่จะทำ ถ้าเราไม่มีสติรู้ทัน อุบายกิเลส เราก็กลายเป็นเครื่องมือของกิเลส โดนมันชักนำไป การเจริญสติ นอกจากช่วยทำให้เรามีความสุขได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของกิเลส ซึ่งมีข้ออ้างสารพัด อย่างที่มีคนพูดว่า กิเลสหรือมารผีห่าซาตานก็มีเหตุผลของมัน ยุคนี้เป็นยุคที่เราบอกว่าเราทำอะไรอย่างมีเหตุผล พูดอย่างนี้ยังไม่พอ ต้องดูว่าเป็นเหตุผลของอะไรด้วย ต้องแยกแยะให้ถูก เพราะกิเลสก็มีเหตุผลของมันเหมือนกัน แล้วก็สวยหรูด้วย ฉะนั้นถ้าเราไม่เท่าทันมัน มันก็พาเราเข้ารกเข้าพง | 28m 16s | ||||||
| 6/21/26 | ![]() 25690501pm--เห็นทุกข์จึงพ้นทุกข์ | 1 พ.ค. 69 - เห็นทุกข์จึงพ้นทุกข์ : ถ้าอยากออกจากทุกข์ก็ต้องเข้าหาทุกข์ ถ้ากลัวทุกข์ก็ไม่มีวันพ้นทุกข์ ท่านพูดถึงขนาดนี้เลย ถ้ากลัวทุกข์ก็ไม่มีวันพ้นทุกข์ เพราะฉะนั้นความทุกข์ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ควรเลี่ยงด้วยซ้ำ กลายเป็นสิ่งที่ควรเข้าหา เข้าหาเพื่อที่จะทำให้เกิดปัญญา ให้เห็น ให้ความหลงมันสลายไปดับไป ไม่งั้นคนเราก็จะมีความหลงว่าชีวิตนี้มันสุข หรือว่าโลกนี้มันสุข แต่ที่จริงแล้วทุกอย่างมันทุกข์ทั้งนั้นแหละ อย่างที่เราสวดอยู่ประจำ บทติลักขณาทิคาถา เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่าสังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ เมื่อนั้นย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ที่ตนหลง นั่นแหละเป็นทางแห่งพระนิพพาน อันเป็นธรรมหมดจด เห็นทุกข์เมื่อไหร่ หรือเห็นว่าทุกอย่างมันทุกข์ไปหมด มันก็ไม่มีความคิดที่จะไปยึดติด หรือว่าหลงใหลเพลิดเพลิน มันเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ออกจากทุกข์ ด้วยเหตุนี้แหละ หลายท่านได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ก็ตอนจะตาย ตอนที่มีความทุกข์มาก อย่างพระติสสะป่วยด้วยโรคร้าย ไม่ใช่โรคที่ทำให้เกิดทุกขเวทนาเท่านั้น แต่ยังทำให้เป็นที่รังเกียจของผู้คน เพราะว่าตัวมีแผลพุพอง น้ำเหลืองไหล ส่งกลิ่นเหม็น จนต้องนอนจมอยู่กับอุจจาระปัสสาวะ เพราะว่าเพื่อนพระดูแลไม่ไหว สุดท้ายพระพุทธเจ้าต้องเสด็จมาเพื่อที่จะมาดูแล ก็ไม่ได้ดูแลอะไรมาก แค่เช็ดเนื้อเช็ดตัว ให้รู้สึกสบายเนื้อสบายตัว เอาจีวรไปซักไปต้ม ซักอย่างเดียวไม่พอ ต้องไปต้มไปผึ่ง ก็สบายเนื้อสบายตัวอยู่หน่อย แต่ว่าทุกขเวทนามันกำเริบแรงขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่ใกล้จะตาย พระพุทธเจ้าก็สอนธรรมให้เห็นเลยว่า สังขารคือร่างกาย มันเป็นโทษ มันไม่เที่ยง เมื่อวิญญาณออกจากร่าง แล้วผู้คนละทิ้งแล้ว ร่างนี้ก็จะนอนทับแผ่นดิน ไร้ประโยชน์ ต้นไม้ยังมีประโยชน์บ้าง แต่ว่าร่างกายของคนเราเมื่อวิญาณออกจากร่าง มันก็ไร้ประโยชน์เลย พระติสสะพิจารณาตามก็เห็นเลย ว่าสังขารนี้เป็นโทษมาก เป็นทุกข์ไม่น่ายึดถือ แต่ก่อนเคยหลงร่างกายนี้ เคยหวงแหนร่างกายนี้ เพราะเห็นว่ามันงาม เห็นว่ามันเป็นที่มาแห่งความสุข แต่พอเห็นว่ามันเป็นรังแห่งความทุกข์แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ดีเลยอะไรสักอย่าง ปรากฏว่าจิตท่านถอนมาจากความยึดติดถือมั่นในร่างกาย บังเอิญก็พอดีกับช่วงนั้นทุกขเวทนาแรงกล้ามาก ก็เห็นเลย สังขารเป็นทุกข์มากเหลือเกิน มันไม่น่ายึดถือเลย จิตถอนออกมาจากความยึดในร่างกายนี้ ปรากฏว่าทันทีที่ท่านสิ้นลม ท่านได้เป็นพระอรหันต์เลย เรียกว่าสมสีสี คือหมดกิเลสพร้อมๆ กับหมดลม อันนี้เพราะอะไร เพราะว่าเจอความทุกข์ ถ้าไม่เจอความทุกข์ก็คงจะยังเพลิดเพลินหลงใหล แล้วก็ยึดติดในร่างกายนี้ อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่าสังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ เมื่อนั้นย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ที่ตนหลง นั่นแหละเป็นทางแห่งพระนิพพานอันเป็นธรรมหมดจด เห็นสังขารเป็นทุกข์ หรือเห็นทุกอย่างเป็นทุกข์มากเท่าไหร่ หนทางการพ้นทุกข์ก็เปิดขึ้น | 31m 42s | ||||||
| 6/9/26 | ![]() 25690430pm--เห็นทุกข์ ไม่เป็นทุกข์✨ | sufferingmindfulness+3 | — | — | — | ทุกข์กรรมฐาน+5 | — | 30m 26s | |
| 6/8/26 | ![]() 25690429pm--นักฉวยโอกาสที่เราควรเป็น✨ | การใช้ชีวิตความสุข+4 | — | — | — | ความสุขการใช้ชีวิต+4 | — | 31m 03s | |
| 6/7/26 | ![]() 25690428pm--พบความสงบได้ในทุกหนแห่ง✨ | mindfulnessacceptance+3 | — | — | — | peaceBuddhism+5 | — | 32m 39s | |
| 6/6/26 | ![]() 25690427pm--สอนด้วยการทำให้ดู✨ | teaching by exampleself-improvement+3 | — | — | — | Gandhisugar+3 | — | 31m 15s | |
| 6/5/26 | ![]() 25690426pm--ทำอะไร เจออะไร ก็ให้มีสติ✨ | mindfulnessBuddhism+3 | — | — | — | Dharmamindfulness+6 | — | 31m 14s | |
| 6/4/26 | ![]() 25690417pm--ตัวช่วยวัดความก้าวหน้าในการปฎิบัติธร✨ | Buddhismspiritual practice+4 | — | — | — | spiritual progressBuddhism+5 | — | 29m 34s | |
| 6/3/26 | ![]() 25690416pm--ควรวางใจอย่างไรเมื่อทำความดี✨ | ทำความดีจิตใจ+3 | — | — | — | ทำความดีจิตใจ+3 | — | 30m 48s | |
Want analysis for the episodes below?Free for Pro Submit a request, we'll have your selected episodes analyzed within an hour. Free, at no cost to you, for Pro users. | |||||||||
| 6/2/26 | ![]() 25690414pm--สงบได้เพราะใจมีสติช่วยรักษา✨ | mindfulnessemotions+3 | — | — | — | mindfulnessinner peace+3 | — | 31m 06s | |
| 6/1/26 | ![]() 25690413pm--ดับไฟในใจด้วยความรู้สึกตัว✨ | emotional awarenessanger management+3 | — | — | — | emotionsanger+5 | — | 30m 10s | |
| 5/31/26 | ![]() 25690412pm--กลับมารู้สึกตัว✨ | mindfulnesspresent moment+3 | — | — | — | mindfulnesspresent moment+5 | — | 30m 44s | |
| 5/30/26 | ![]() 25690411pm--ธรรมใดก็ไร้ค่า ถ้ายังหลง | 11 เม.ย. 69 - ธรรมใดก็ไร้ค่า ถ้ายังหลง : การรู้ธรรมะเยอะ ๆ การฟังธรรมะเยอะ ๆ นี่มันไม่พอ มันต้องปฏิบัติ โดยเฉพาะปฏิบัติให้มีสติ สติทั้งที่เป็นการระลึกได้ถึงข้อธรรมคำสอน ระลึกได้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร ระลึกได้ถึงผิดชอบชั่วดี แต่ว่าไม่พอ มันต้องช่วยทำให้มีความรู้ตัว แล้วตรงนี้เองที่ต้องอาศัยสัมมาสติ ซึ่งถ้าเรามีสติที่ว่า ธรรมใด ๆ ที่เรารู้มาก็จะมีค่าขึ้นมาทันที เพราะว่าเมื่อรู้แล้วเราก็ทำ แต่ที่เราทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ ก็เพราะความหลง ฉะนั้น พูดอีกอย่างคือ ธรรมใดก็ไร้ค่า ถ้ายังหลง ความรู้ทางธรรมของเราจะมีค่าก็ต่อเมื่อมีสติช่วยให้ไม่หลง แล้วสตินั้นเองจะช่วยทำให้เกิดการกระทำถ้ามันเป็นความดี หรือการไม่กระทำถ้ามันเป็นความชั่ว หรือเป็นสิ่งที่เป็นโทษ | 28m 20s | ||||||
| 5/29/26 | ![]() 25690410pm--สุขคือทุกข์ ที่ยังไม่ปรากฎ | 10 เม.ย. 69 - สุขคือทุกข์ ที่ยังไม่ปรากฎ : หลายปีก่อนเศรษฐกิจดี ธุรกิจก็เจริญ ทำอะไรก็สะดวก ค้าขายก็คล่อง ถ้าเราดีใจหรือเพลินไปกับมัน ถึงเวลาที่เศรษฐกิจตก ข้าวของราคาแพง อย่างทุกวันนี้ เราก็จะทุกข์มากเลย แต่ถ้าเรารู้ว่าความเจริญโชติช่วงชัชวาลทางเศรษฐกิจ ก็คือความเสื่อมที่ยังไม่แสดงตัวออกมา เราก็ไม่หลงใหลเพลิดเพลินยินดีกับมัน เราก็พร้อมที่จะเผชิญ เมื่อความเสื่อม ความผันผวนปรวนแปรเกิดขึ้น แต่ถ้าหากว่าเวลามีความสุข มีสุขภาพดี มีความสำเร็จ มีความสมหวัง เราดีใจ เราเพลิดเพลินหลงใหลไปกับมัน นั่นแสดงว่าเราประมาท ที่เราประมาทเพราะเราไม่รู้ความจริงว่า จริงๆ แล้วความสุขก็คือความทุกข์ที่ยังไม่ปรากฏ แต่ในเวลาเดียวกัน ความทุกข์เวลาเกิดขึ้นกับเรา เราก็ไม่โวยวายตีโพยตีพาย หรือจมอยู่ในความทุกข์ เพราะเราก็รู้ว่าความทุกข์ก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน พูดอีกอย่างก็คือว่า ความทุกข์ก็คือความสุขที่ยังไม่ปรากฏก็ได้ ในความสุขก็มีความทุกข์ ในความทุกข์ก็มีความสุข พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ผู้มีปัญญา แม้ประสบทุกข์ก็ยังหาสุขพบ ถ้าเรารู้แบบนี้ เราก็ไม่เสียใจมาก เวลาเจอสุขเราก็ไม่ดีใจ ดีใจก็ดีใจแค่วันเดียว ไม่ดีใจนาน เวลาเจอความทุกข์เราก็อาจจะเสียใจ แต่ก็อย่าเสียใจนาน เสียใจแค่วันเดียวก็พอ เพราะว่าความทุกข์ก็แปรเปลี่ยน ก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็ไม่จมดิ่งอยู่กับความทุกข์ เวลาเกิดขึ้น จะเสียใจก็เสียใจแค่วันเดียว อย่าไปเสียใจนาน เพราะไม่นานก็แปรเปลี่ยนไป แต่จะทำอย่างนี้ได้ก็ต่อเมื่อเวลาเจอความสุข หรือความสำเร็จ เราก็ไม่หลงใหลได้ปลื้ม ถ้าจะดีใจก็ดีใจแค่วันเดียว อย่าดีใจนาน แล้วก็เตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับความทุกข์ เผชิญกับความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นตามมา ชีวิตก็เป็นอย่างนี้แหละ ถ้าเราเข้าใจ แม้จะสุขหรือทุกข์ เราก็ไม่แปรเปลี่ยน เจอสุขก็ไม่หลงหรือลืมตัว เจอทุกข์ก็ไม่จมดิ่งไปกับมัน ก็สามารถที่จะรักษาใจให้เป็นปกติได้ ไม่ว่าขึ้นหรือลง ได้หรือเสีย สำเร็จหรือล้มเหลว | 29m 26s | ||||||
| 5/28/26 | ![]() 25690409pm--รากเหง้าแห่งความโกรธ อยู่ที่ใจเรา | 9 เม.ย. 69 - รากเหง้าแห่งความโกรธ อยู่ที่ใจเรา : ในขณะที่เรียกร้องความถูกต้องจากคนอื่น แต่ว่าไม่ได้ดูแลใจของตัวเองให้ถูกต้อง มันก็ไม่ใช่เป็นวิสัยของนักปฏิบัติ ไม่ใช่เฉพาะของพระเท่านั้น นักปฏิบัติ ในขณะที่เราเห็นความไม่ถูกต้องต่อหน้า เราก็ต้องกลับมาดูแลใจให้ถูกต้องด้วย เพราะไม่งั้นเราจะทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องยิ่งกว่า นี่ก็เป็นเรื่องของการดูใจของตัว ไม่ว่ามีอะไรมากระทบ ไม่ว่าเจออะไรที่ทำให้เกิดความไม่พอใจ อย่างแรกที่ต้องทำคือ มารู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกนั้น อย่าปล่อยให้มันเป็นเรื่องของสัญชาตญาณ เรื่องของนิสัย หรือเป็นเรื่องของสมอง เราเป็นผู้ที่มีโอกาสได้ฝึกสติ ก็ต้องรู้จักดูใจของตัว โดยเฉพาะถ้าเป็นผู้ใฝ่ธรรม ไม่งั้นความโกรธก็จะเผาลนใจ แล้วก็จะโกรธคนอื่นไปทั่ว โดยที่ไม่ตระหนักว่าที่จริงแล้วความโกรธ รากเหง้ามันอยู่ที่ใจเรา อยู่ที่ความคาดหวัง อยู่ที่ความยึดมั่น อยู่ที่การปรุงแต่ง | 31m 57s | ||||||
| 5/27/26 | ![]() 25690407pm--ใฝ่ธรรมแล้ว ต้องทำให้ถูก | 7 เม.ย. 69 - ใฝ่ธรรมแล้ว ต้องทำให้ถูก : ก่อนที่เราจะปฏิบัติธรรมข้ออะไร ก็ต้องเข้าใจว่าจุดมุ่งหมายคือเพื่ออะไร สันโดษก็เหมือนกัน สันโดษจุดมุ่งหมายคือเพื่อให้เรามีเวลาว่างมากขึ้น เดิมเราหมดเวลาและพลังงานไปกับการหาเงินหาทองและการเสพการบริโภค แต่ตอนหลัง สันโดษคือ เราอยู่ง่าย เราไม่ไปเสียเวลาการหาเงินหาทองมากนัก เพราะว่าเราไม่ใช้เวลาไปกับการกิน การดื่ม การเที่ยว เราอยู่อย่างประหยัด อยู่อย่างเรียบง่าย บางคนไปเข้าใจว่าพอเสพน้อย ทำงานน้อย แล้วก็มีเวลาว่างเยอะ ก็เลยนั่งเล่นนอนเล่น อันนั้นไม่ใช่จุดมุ่งหมายของสันโดษ จุดมุ่งหมายของสันโดษคือ สงวนพลังงานและเวลา เพื่อที่เราจะได้เอาไปทำสิ่งดีงามมากกว่าการหาเงินหาทองหรือการเสพสุข เช่น ภาวนา ทำกรรมฐาน หรือเอาเงินไปช่วยเหลือส่วนรวม ได้เงินมาเยอะเพราะว่าใช้น้อย ก็เอาเงินนั้นไปช่วยเหลือส่วนรวม ไปบำรุงวัด ไปบำรุงโรงพยาบาล เป็นต้น อันนี้คือจุดมุ่งหมายของสันโดษ | 31m 16s | ||||||
| 5/26/26 | ![]() 25690406pm--ไม่ว่าเจออะไร ก็ยังทำใจได้เสมอ | 6 เม.ย. 69 - ไม่ว่าเจออะไร ก็ยังทำใจได้เสมอ : เวลาเจอสถานการณ์ใดก็ตาม แม้จะไม่อยู่ในวิสัยที่จะทำอะไรได้ หรือว่าพยายามทำแล้ว แต่ว่าก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มันก็ไม่ได้แปลว่าเราไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย มีอย่างหนึ่งที่เราทำได้ก็คือ ยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น หรืออย่างที่สองคือ ยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างที่เขาใช้คำว่า ซื่อสัตย์ หรือซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง แล้วทำใจเปิดกว้างต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอันนี้คือสิ่งที่เราทำได้ ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ทางออกมีเสมอ แต่มันเป็นทางออกที่อยู่ข้างใน | 28m 04s | ||||||
| 5/25/26 | ![]() 25690405pm--สูตรสำคัญของชีวิต | 5 เม.ย. 69 - สูตรสำคัญของชีวิต : แม้พระพุทธเจ้าจะสอนกาลามสูตรมานานแล้ว 2500 กว่าปี แต่ว่ายังสำคัญสำหรับชีวิตของเรา โดยเฉพาะในยุคที่เรียกว่ายุคข้อมูลข่าวสาร ยุคโซเชียลมีเดีย ยุค AI ยิ่งต้องใช้หลักกาลามสูตรมาก ๆ อย่าเชื่อง่าย แต่ไม่ใช่ไม่เชื่อเลย แต่ว่าก่อนจะเชื่อต้องใช้เหตุใช้ผลใคร่ครวญ ความจริงบางอย่าง เราไม่มีทางที่จะเห็นด้วยตา แต่เราก็พิจารณาเอา เท่าที่จะเป็นไปได้ แต่อย่าเพิ่งรีบเชื่อ เพียงเพราะฟังตามกันมา เพียงเพราะถือสืบ ๆ กันมา เพียงเพราะเสียงเล่าลือ เพียงเพราะการอนุมาน เพราะตรรกะ เพราะอ้างคัมภีร์หรือตำรา หรือแม้กระทั่ง เพราะผู้พูดเป็นครูของเราหลวงพ่อพูดก็อย่าเพิ่งเชื่อ ไปพิจารณาดู ครูก็อาจจะผิดได้ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ท่องจำเอาไว้ | 34m 06s | ||||||
| 5/24/26 | ![]() 25690404pm--รักษาตนอย่างไร ไม่ให้ผิดพลาด | 4 เม.ย. 69 - รักษาตนอย่างไร ไม่ให้ผิดพลาด : คนเรา ถ้าไม่มีสติแล้วก็ทำอะไรไม่ได้หรอก จะทำดี จะรักษาใจให้เบิกบาน ก็เพราะมีสติเป็นเครื่องกำกับ เพราะฉะนั้น หัวใจที่สำคัญของพุทธศาสนา ในความเห็นของเกล้ากระผมคือสติ ที่เหลือนอกนั้นก็เป็นกระพี้ อันนี้ก็น่าสนใจ ที่ครูบาอาจารย์แม้ท่านเป็นอาจารย์กรรมฐาน เป็นพระป่า แต่ท่านกลับเห็นว่าสติสำคัญที่สุด ดังนั้น ถ้าเราเอาสติมาใช้กับการทำงาน ในการบริโภค ในการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ก็เท่ากับว่าเราบำเพ็ญ อปัณณกปฏิปทาได้อย่างถึงพร้อม และช่วยทำให้เรารักษาศีล รักษาจิตให้ปกติได้ | 30m 41s | ||||||
| 5/23/26 | ![]() 25690403pm--ฝึกใจให้เห็น อย่าเข้าไปเป็น | 3 เม.ย. 69 - ฝึกใจให้เห็น อย่าเข้าไปเป็น : ความทุกข์แม้มันเกิดขึ้น แต่เห็นมันนี่ดี หลวงพ่อคำเขียนก็พูดเลยก่อนที่ท่านจะมรณภาพ ท่านไม่ได้พูดท่านเขียน เห็นทุกข์ก็พ้นทุกข์ ถ้าอยากพ้นทุกข์ก็ต้องเห็นทุกข์ ทีแรกเห็นด้วยสติก่อน มีความทุกข์เกิดขึ้นก็เห็นมัน ต่อไปเห็นด้วยปัญญาว่า ทุกอย่างเป็นทุกข์ทั้งนั้นเลย พอเห็นว่าทุกอย่างเป็นทุกข์หรือเป็นตัวทุกข์ จิตก็ไม่ยึดมั่นถือมั่น พอไม่ยึดมั่นถือมั่นก็พ้นทุกข์เลย เป็นอิสระจากความทุกข์ เรามาถ้าตั้งใจมาปฏิบัติธรรม ก็ขอให้ฝึกให้เห็น ถ้าฝึกแล้วไม่เห็นก็แสดงว่ายังไปไม่ถูกทาง ก็ต้องเห็นกายเคลื่อนไหว เห็นใจคิดนึก จากเห็นด้วยสติก็พัฒนามาสู่การเห็นด้วยปัญญา นั่นแหละถึงจะช่วยทำให้ออกจากทุกข์ได้ หรือว่าทุกข์เบาบางลง | 30m 58s | ||||||
| 5/22/26 | ![]() 25690402pm--เราทุกคนคือนักโทษ | 2 เม.ย. 69 - เราทุกคนคือนักโทษ : การเตรียมตัวก่อนตาย มันไม่ใช่ว่าจะต้องรอให้รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ พวกเราส่วนใหญ่ในที่นี้ก็ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ อาจจะยังอีกไกลหลายสิบปีก็ได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ควรเตรียมตัว ควรเตรียมตัวไว้ เพราะยังไงเราก็ต้องตายกันทุกคน แล้วเผลอๆ อาจจะตายวันพรุ่งนี้ หรือมะรืนนี้ก็ได้ เพราะความตายมันไม่มีใครที่จะรู้ล่วงหน้าหรือคาดการล่วงหน้าได้ อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า มันมีสิ่งที่บอกล่วงหน้าหรือคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ 5 อย่าง ภาษาบาลีเรียกว่าอนิมิตตัง มี 5 ประการคือ 1. ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ 2. ไม่รู้จะตายเวลาใด 3. ไม่รู้ว่าจะตายที่ไหน 4. ไม่รู้จะตายเพราะเหตุใด 5. ตายแล้วไปไหนก็ไม่รู้ แค่สี่ข้อแรกมันก็น่าคิดแล้ว เพราะว่าแม้จะยังเป็นหนุ่มเป็นสาวเป็นเด็ก หรือแม้จะสุขภาพดี ก็ไม่ใช่ว่าความตายจะไม่มาถึงตัว จริงๆ แล้วทุกคน พวกเราแม้จะไม่ใช่นักโทษประหารที่ต้องถูกจองจำในบางขวาง แต่ว่าโดยสภาพความเป็นจริงแล้วเราทุกคนก็ไม่ต่างจากนักโทษประหารคือ เราไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ แต่สักวันหนึ่งเราก็ต้องถูกประหารแน่นอน เพราะว่าความตายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น ครูบาอาจารย์บางท่านก็บอก พวกเธอเป็นนักโทษประหารกันทั้งนั้นแหละ ถึงแม้จะไม่ได้ถูกจองจำหรือถูกขังในเรือนจำ แต่ว่าไม่ช้าก็เร็วต้องถูกประหารชีวิต อาจจะไม่ใช่ถูกยิงเป้าถูกแขวนคอ แต่อาจจะเจ็บป่วยตาย หรือประสบอุบัติเหตุตาย อันนี้ก็เรียกว่าสัจธรรมมันพาให้เราทุกคนมาลงเอยที่การถูกประหารชีวิตกันทั้งนั้น ฉะนั้นก็ระลึกเอาไว้อยู่เสมอว่า ในเมื่อเราทุกคนต้องตาย มีชีวิตไม่ต่างจากนักโทษประหาร ต้องหมั่นสร้างสมคุณงามความดีเอาไว้ แล้วก็หมั่นศึกษาปฏิบัติธรรม รักษาจิตรักษาใจให้ดี ไม่ใช่แค่เพื่อให้มีสติไม่วู่วาม หรือว่าบันดาลโทสะจนกระทั่งติดคุกติดตาราง แล้วก็โดนโทษประหารชีวิต แต่รวมถึงว่ามีสติเวลาจะต้องตาย ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ตึกถล่ม ไฟไหม้ รถชน แต่ก็ครองสติเอาไว้ได้ ถามว่าจะฝึกสติกันตอนไหน ก็ตอนนี้แหละ ไม่ใช่อ้างว่ายังไม่ว่าง ไม่มีเวลา อันนั้นเรียกว่าประมาทอย่างยิ่ง | 27m 57s | ||||||
| 5/21/26 | ![]() 25690401pm--ฝึกใจให้มีความสุข | 1 เม.ย. 69 - ฝึกใจให้มีความสุข : คนเรานี่ถ้าหากว่าฝึกใจให้รู้จักมองเห็นสิ่งที่ดี ไวต่อความสุข แม้ว่าจะประสบเหตุเภทภัยอะไรก็ ยังมีความสุขได้ และที่สำคัญคือว่า เมื่อเจอความทุกข์แล้ว เรามองเห็นว่าเป็นธรรมดา ธรรมะช่วยได้ ทำให้เรามองเห็นว่าความสูญเสีย ความเจ็บป่วย ความพลัดพราก มันเป็นธรรมดาของชีวิต มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าเราไม่ยึดติดถือมั่นในสิ่งที่มี สิ่งที่เป็น เมื่อสูญเสียสิ่งที่มี สิ่งที่เป็นไป มันก็ไม่ทุกข์อะไร อันนี้เป็นธรรมะที่เราสามารถฝึกใจให้เห็น แม้ว่ามันจะจดจ่อ เวลามีความทุกข์ มันก็จะไม่จมไปกับความทุกข์ เพราะมีปัญญาเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา และยิ่งถ้าหากว่ามีสติ รู้จักมองว่า เราก็ยังมีสิ่งดี ๆ อีกเยอะ เราสูญเสีย 1 แต่เรายังมีตั้ง 2 มีตั้ง 3 ตั้ง 4 เรายังมีสิ่งดี ๆ อีกมาก และสิ่งที่เสียไปมันก็สอนธรรมให้กับเรา สอนความจริงให้กับเรา เสียทรัพย์แต่ได้ปัญญา ได้เห็นสัจธรรมความจริง ก็กลายเป็นดีไป เพราะฉะนั้น แม้ว่าสมองเราจะถูกออกแบบมาไม่ให้เรามีความสุข แต่ใจเราฝึกได้ ให้สามารถที่จะเป็นอิสระจากความทุกข์แล้วเข้าถึงความสุข ท่ามกลางความผันผวนแปรปรวนของโลกได้ ใจสิ่งที่มี สิ่งที่ดี ตามองเห็น หูได้ยิน จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส ยังเหมือนคนปกติ เดินเหินไปไหนก็ได้ | 32m 45s | ||||||
| 5/20/26 | ![]() 25690331pm--อย่างหลงติดหัวโขน | 31 มี.ค. 69 - อย่างหลงติดหัวโขน : สมมติที่มันมาพร้อมกับตำแหน่งฐานะ หรือเพศ ก็ยังเป็นเรื่องที่เห็นได้ง่าย แต่สมมติที่มันเกิดจากความยึดติดถือมั่นว่า สัตว์ตัวตนบุคคลเราเขา อันนี้เข้าใจยาก แต่ถ้าเพียงแต่เรารู้เท่าทันสมมติที่มันเป็นหัวโขน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งชื่อเสียง ฐานะ แล้วเราไม่หลงติดในมัน รู้ว่ามันเป็นแค่สมมติ เป็นแค่มายา เราก็สามารถจะเป็นอิสระจากมันได้ ถึงแม้ว่ายังหลงยึดติดในสัตว์ตัวตนบุคคลเราเขาก็ตาม ยังมีเรา-มีเขา แต่อย่างน้อยก็สามารถจะก้าวพ้นขีดจำกัด หรืออิทธิพลของสมมุติไปได้ ถ้าหากเข้าถึงธรรมะจริงๆ มันก็จะเข้าถึงภาวะที่หลวงพ่อคำเขียนบอกว่าไม่เป็นอะไรกับอะไร อันนี้ก็เรียกว่าเป็นอิสระจากสมมติอย่างสิ้นเชิง แต่ว่าถ้ายังไม่มีปัญญาเห็นถึงขนาดนั้น อย่างน้อยก็ไม่หลงเพลินในหัวโขน รู้เท่าทันอำนาจของหัวโขนในความเข้าใจของชาวโลก แล้วพอหัวโขนมันแปรเปลี่ยนไป ก็จะได้ไม่ทุกข์กับความผันผวน กับความเปลี่ยนแปลงนั้น | 29m 38s | ||||||
| 5/19/26 | ![]() 25690330pm--ทางออกพบได้ที่ใจ | 30 มี.ค. 69 - ทางออกพบได้ที่ใจ : ถ้าเราทำความเพียรแล้วลดความคาดหวังลง ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังในคำชื่นชมสรรเสริญ การได้รับความสำคัญหรือความสำเร็จ เราเพียรเท่าไหร่ แม้จะไม่สำเร็จเราก็ไม่ทุกข์ ก็ยังทำ ยังตั้งหน้าตั้งตาทำความเพียรต่อไป เหมือนกับเวลาเราปฏิบัติธรรม เราทำความเพียรปฏิบัติทั้งวัน แม้ว่าจะยังดูเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความสงบก็ยังไม่เกิด ปัญญาก็ยังไม่ปรากฏ แต่เราก็ไม่ทุกข์ เพราะว่าความเพียรของเราไม่ได้ผูกติดอยู่กับความสำเร็จหรือความคาดหวัง วิธีที่จะลดความทุกข์จึงไม่ใช่แค่การพยายามให้ได้มาอย่างที่ต้องการ แต่อยู่ที่การลดความต้องการลง ลดความคาดหวังลง ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ถ้าเราศึกษา หมั่นมองดูใจ เราจะพบว่าทางออกจากทุกข์ ทางออกจากปัญหา จริง ๆ แล้วอยู่ที่ใจเรา ไม่ใช่อยู่ที่ว่าต้องให้ได้อย่างที่อยาก เจอแดดร้อน ๆ แม้ทุกข์กายแต่ใจไม่ทุกข์ก็ได้ อันนี้ก็คำตอบเดียวกัน คือทางออกจากทุกข์อยู่ที่ใจเรา แม้ว่ายังต้องเจอทุกข์ แต่ก็แค่ทุกข์กายแต่ใจไม่ทุกข์ แม้จะไม่ได้แต่ก็ไม่ทุกข์ เพราะไม่ได้หวัง ฉะนั้นถ้าเราหันมาสังเกตใจของเราจากการที่ได้เจอกับความทุกข์ ความยากลำบาก สุดท้ายเราก็จะพบว่าทางออกมีอยู่เสมอ อย่างน้อยกทางออกก็คือที่ใจ | 31m 54s | ||||||
Showing 25 of 100
Pitch Fit is a Pro feature
See how bookable this show is for guests, which brands already advertise, the per-episode ad value, and the best-fit guest and sponsor profile. The numbers are blurred on the free plan.
How readily this show books outside guests like you.
How proven this show is for host-read sponsorships.
For Guests
ProFor Advertisers
ProUpgrade to Pro to unlock guest cadence, sponsor categories, fit scores, and per-episode ad value for this show.
Chart Positions
18 placements across 17 markets.
Chart Positions
18 placements across 17 markets.
